To be a leading value-oriented integrated energy company in Asia-Pacific

Slide Left Slide Right

ปี 2561 ก้าวสู่ปีที่ 18

ที่บริษัทประสบผลสำเร็จ ในการดำเนินธุรกิจด้านพลังงาน อย่างแข็งแกร่ง เพื่อมุ่งหน้า สู่การเป็นบริษัทชั้นนำด้านพลังงาน และระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่า ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกท่าน

ปี 2561 ก้าวสู่ปีที่ 18 ที่บริษัทประสบผลสำเร็จในการดำเนินธุรกิจด้านพลังงานอย่างแข็งแกร่ง และเป็นก้าวเดินที่บริษัทยังคงมุ่งพัฒนาและเสริมสร้างขีดความสามารถทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อมุ่งหน้าสู่การเป็นบริษัทชั้นนำด้านพลังงานและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ภายใต้กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มต่อกิจการโดยการบริหารสินทรัพย์ที่มีอยู่ให้ได้เต็มประสิทธิภาพ พัฒนา และแสวงหาพันธมิตรเพื่อขยายการลงทุนด้านพลังงาน ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานและธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่นๆ เพื่อสร้างการเติบโตและผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างเป็นธรรม บริษัทยังคงยึดมั่นการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมและการปฏิบัติตามกฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติที่จะขับเคลื่อนประเทศไปสู่ “ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” และการเร่งปรับตัวเพื่อก้าวให้ทันและสามารถเติบโตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี (Disruptive Technology) จึงมีการทบทวนกลยุทธ์ ทิศทางธุรกิจ และการเสริมสร้างความเข้มแข็งของบริษัท รวมถึงการแสวงหาโอกาสและทางเลือกใหม่ด้านธุรกิจพลังงาน และระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน มีการพัฒนาปรบั ปรุงขีดความสามารถเพือ่ กา้ วขึ้นส่กู ารเป็นองค์กรสมรรถนะสูง(High Performance Organization) และมีการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนในธุรกิจที่เป็น New S-Curve ที่เชื่อมโยงกับนวัตกรรมและเป็นโอกาสสร้างการเติบโตและขยายฐานธุรกิจในอนาคตการบริหารและดำเนินงานของบริษัทยึดหลักธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งบริษัทเชื่อมั่นว่าจะเป็นฐานรากที่แข็งแกร่งของการพัฒนาที่ยั่งยืน

ในปี 2561 บริษัทบรรลุผลสำเร็จจากการเข้าลงทุนและพัฒนาโครงการต่างๆ ด้านพลังงาน โดยได้เข้าซื้อหุ้นส่วนที่เหลือทั้งหมดร้อยละ 20 จาก Broadspectrum Pty Limited ผู้ถือหุ้นเดิม ทำให้สัดส่วนการลงทุนในบริษัท ราช-ออสเตรเลียคอร์ปอเรชั่น จำกัด เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 80 เป็นร้อยละ 100 เมื่อเดือนพฤษภาคม 2561 รวมทั้งมีโรงไฟฟ้าและธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่สามารถให้บริการเชิงพาณิชย์ที่สำคัญเพิ่มเติม ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ อาซาฮาน-1 ในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย โรงไฟฟ้าพลังงานลม Mount Emerald การเสริมการให้บริการกู้คืนระบบโรงไฟฟ้า Kemerton ในเครือรัฐออสเตรเลีย และการเข้าร่วมดำเนินธุรกิจผลิตน้ำประปาแสนดิน ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ส่งผลให้ปี 2561 บริษัทมีโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แล้วรวมทั้งสิ้น 6,863.25 เมกะวัตต์ เทียบเท่า ประกอบด้วย 1) โรงไฟฟ้าในประเทศ ได้แก่ โรงไฟฟ้าราชบุรี โรงไฟฟ้าไตรเอนเนอจี้ โรงไฟฟ้าราชบุรีเพาเวอร์ โรงไฟฟ้าผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กราชบุรีเวอลด์ โรงไฟฟ้าผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กนวนคร โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์โซลาร์ต้า โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์โซล่าเพาเวอร์โคราช 3, 4 และ 7 โรงไฟฟ้าพลังงานลมห้วยบง 2 และ 3 โรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลสงขลาไบโอแมส2) โรงไฟฟ้าในต่างประเทศ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังความร้อนหงสาและโรงไฟฟ้าพลังน้ำ-น้ำงึม 2 ใน สปป.ลาว และโรงไฟฟ้าพลังความร้อนและพลังงานลมในเครือรัฐออสเตรเลีย นอกจากนี้บริษัทยังมีธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่นๆ อาทิ ธุรกิจให้บริการงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า โดยบริษัท ชูบุราชบุรี อีเลคทริคเซอร์วิสจำกัด และบริษัท ราช-ลาว เซอร์วิส จำกัด

ปัจจุบันบริษัทมีโครงการโรงไฟฟ้าและธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและพัฒนา ซึ่งคิดเป็นกำลังการผลิตติดตั้งรวมทั้งสิ้น 775.87 เมกะวัตต์เทียบเท่า โดยมีโครงการที่คาดว่าจะเริ่มทยอยเดินเครื่องเชิงพาณิชย์และสร้างรายได้ให้แก่บริษัทอย่างต่อเนื่องดังนี้ ปี 2562 จำนวน 3 โครงการ คือโครงการโรงไฟฟ้าผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่นจังหวัดราชบุรี โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Collinsville ในเครือรัฐออสเตรเลีย และโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เซเปียน-เซนำ้ นอ้ ย ใน สปป.ลาว ปี 2563 จำนวน 1 โครงการ ได้แก่โรงไฟฟ้าผ้ผู ลิตไฟฟ้ารายเล็กนวนคร (ส่วนขยาย) จังหวัดปทุมธานีและปี 2564 จำนวน 4 โครงการ ประกอบด้วย โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ Fangchenggang II ในสาธารณรัฐประชาชนจีนโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม Riau ในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู (ช่วงแคราย-มีนบุรี) และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ช่วงลาดพร้าว-สำโรง)

อย่างไรก็ตาม เมื่อกลางปี 2561 บริษัทมีความเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียน-เซน้ำน้อย ใน สปป.ลาว ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างได้เกิดกรณีสันเขื่อนดินย่อยกั้นช่องเขาส่วน D ที่สร้างขึ้นเพื่อเสริมการกั้นน้ำรอบอ่างเก็บน้ำเซน้ำน้อยของโครงการ ได้เกิดรอยร้าวและมีมวลน้ำจำนวนมากไหลออกบริเวณพื้นที่ท้ายเขื่อนลงสู่ลำน้ำเซเปียนออกไปประมาณ 5 กิโลเมตร ส่งผลกระทบต่อประชาชนในชุมชนและพื้นที่โดยรอบบริเวณท้ายลำน้ำเซเปียนที่เชื่อมต่อลำน้ำเซกอง ในเบื้องต้นบริษัทร่วมกับผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนมอบความช่วยเหลือที่จำเป็นเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนและครอบครัวของผู้ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ ผู้บริหารระดับสูงและพนักงานจิตอาสาของบริษัทได้เดินทางลงไปในพื้นที่เพื่อให้กำลังใจและให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆ เพิ่มเติมโดยทันที อาทิ การจัดตั้งโรงครัวเพื่อทำอาหารมอบแก่ผู้ประสบภัยและเจา้ หนา้ ที่ รวมทงั้ประสานงานกับทางการของ สปป.ลาว เกี่ยวกับความต้องการความช่วยเหลือที่จำเป็นเร่งด่วนเพิ่มเติม สำหรับสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงโดยคณะกรรมการที่รัฐบาล สปป.ลาว เป็นผู้จัดตั้งขึ้นในส่วนของโครงการได้มีการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐของ สปป.ลาว ที่รับผิดชอบโดยตรงเพื่อพิจารณาแผนฟื้นฟูทั้งด้านเทคนิค สังคม และสิ่งแวดล้อม ร่วมกันอย่างใกล้ชิด

สำหรับผลการดำเนินงานปี 2561 บริษัทยังคงสร้างผลกำไรได้อย่างน่าพอใจต่อเนื่อง โดยบริษัทและบริษัทย่อย มีรายได้รวมทั้งสิ้น 45,083.54 ล้านบาท และมีกำไรสำหรับปีเป็นจำนวน5,587.60 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากปีที่ผ่านมา 450.95 ลา้ นบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 7.50 เนื่องจากผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนแต่สิ่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง ได้แก่การได้รับการประกาศคงอันดับเครดิตความน่าเชื่อถือของบริษัทที่ระดับ AAA, BBB+ และ Baa1 โดย TRIS Rating, S&P Global Ratings และ Moody’s Investors Service ตามลำดับซึ่งเป็นเครดิตความน่าเชื่อถือเทียบเท่าอันดับเครดิตของประเทศ

ด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี บริษัทยังคงยึดมั่นในหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงการสร้างคุณค่าให้แก่กิจการอย่างยั่งยืน ประกอบธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงมีคุณธรรม จริยธรรม ซื่อสัตย์ โปร่งใสไม่คอร์รัปชั่น และปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมโดยสะท้อนให้เห็นได้จากการประกาศผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการตามโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย ประจำปี 2561 ที่จัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ซึ่งบริษัทได้รับการประเมินที่ระดับ “ดีเลิศ”มีคะแนนเฉลี่ยโดยรวมเท่ากับร้อยละ 94 ซึ่งสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยของบริษัทจดทะเบียนโดยรวมที่ร้อยละ 81 และได้รับรางวัลรายงานความยั่งยืน “ดีเยี่ยม” ประจำปี 2561 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6จากการพิจารณาของ CSR Club สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และสถาบันไทยพัฒน์ รางวัลหุ้นยั่งยืน ประจำปี 2561 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รางวัลบูธยอดเยี่ยมในการนำเสนอข้อมูลและบริการแก่ผู้เข้าชมงานในงาน “มหกรรมการลงทุนครบวงจรแห่งปี SET in the Cityกรุงเทพมหานคร 2018” อีกทั้งยังได้รับการประเมินผลโครงการประเมินสำนักงานสีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปี 2561ระดับ “ดีเยี่ยม” (ทอง) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 จากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อีกด้วย

การดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม บริษัทยังคงยึดมั่นดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรมด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมในทุกมิติอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ผ่านโครงการและกิจกรรมต่างๆ อาทิโครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน โครงการศึกษาการกักเก็บคาร์บอนและความหลากหลายทางชีวภาพในป่าชุมชนอย่างมีส่วนร่วมโครงการพลังงานชุมชน โครงการ @CareLine เครือข่ายปันสุขโครงการสุขสูงวัย สร้างไทยแข็งแรง โครงการภุมรี พลังสตรี...พลังรักษ์สิ่งแวดล้อม กิจกรรมพนักงานจิตอาสา และโครงการการศึกษาเสริมทักษะสร้างอาชีพใน สปป.ลาว เป็นต้น ซึ่งโครงการต่างๆ เหล่านี้ล้วนแต่จัดทำขึ้นเพื่อการมีส่วนร่วมในการแก้หรือบรรเทาปัญหาในด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมในมิติต่างๆอาทิ การอนุรักษ์พลังงาน การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพการสนับสนุนส่งเสริมป่าชุมชนเพื่อรักษาแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทางธรรมชาติ และลดภาวะโลกร้อนการส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย และการเสริมสร้างความพร้อมในการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพแก่เด็กและเยาวชน รวมถึงการปลูกฝังให้พนักงานมีจิตสำนึกการแบ่งปันและการทำงานเพื่อสาธารณประโยชน์ตอบแทนสังคมในฐานะพลเมืองที่ดีของประเทศอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น

ในนามของคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ที่ได้ให้การสนับสนุนการดำเนินกิจการของบริษัทด้วยดีเสมอมา และบริษัทเชื่อมั่นว่า การดำเนินธุรกิจตามแนวทางการบริหารจัดการภายใต้แผนกลยุทธ์ที่ได้วางไว้ จะสามารถพัฒนาและนำพาบริษัทให้เติบโตเป็นบริษัทชั้นนำด้านพลังงาน และระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้ตามเป้าหมายต่อไป


(นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์)
ประธานกรรมการ