This printed article is located at http://investor-th.ratch.co.th/chairman_message.html

Message from the chairman

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกท่าน

ปี 2563 นับเป็นปีที่บริษัทต้องเผชิญความท้าทายหลายด้านท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ส่งผลกระทบทั้งด้านความปลอดภัยต่อสุขอนามัย และเศรษฐกิจไปทั่วโลก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบและเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางติดต่อธุรกิจของบริษัท นอกเหนือจากที่บริษัทต้องเผชิญกับแนวโน้มของผลประกอบการที่เริ่มลดลงอย่างมีนัยสำคัญในระยะเวลา 5 ปี นับจากนี้ เนื่องจากการทยอยหมดอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าราชบุรี อย่างไรก็ตามบริษัทได้พยายามเร่งพิจารณาแนวทางขยายการลงทุนในโครงการที่สามารถรับรู้รายได้ทันทีทั้งในประเทศและต่างประเทศให้มากยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับความพยายามปรับเพิ่มแนวทางการบริหารจัดการและการดำเนินธุรกิจภายใต้แผนการบริหารจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจของบริษัทให้สอดรับกับสภาวการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยไม่ทำให้ธุรกิจเกิดการหยุดชะงัก และลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะเพิ่มพูนและชดเชยรายได้และผลตอบแทนส่วนที่ขาดหายไปจากการทยอยหมดอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้าให้มากที่สุด คณะกรรมการ ผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงานของบริษัท จึงใช้ความพยายามอย่างแรงกล้าในการผนึกกำลังผลักดันการดำเนินธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเทอย่างเต็มศักยภาพและกำลังความ สามารถในการสานต่อเจตนารมณ์ในการพัฒนาและก้าวเดินไปให้ถึงเป้าหมาย “เป็นบริษัทชั้นนำด้านพลังงานและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” ภายใต้กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มต่อกิจการ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและแสวงหาพันธมิตร เพื่อขยายการลงทุนทั้งด้านพลังงาน ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน และธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่นๆ ที่หลากหลาย ควบคู่ไปกับการบริหารสินทรัพย์ที่มีอยู่ให้สามารถสร้างรายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และการกำกับดูแลงานที่อยู่ระหว่างก่อสร้างให้บรรลุผลสำเร็จในทุกมิติทั้งด้านเวลา คุณภาพ และต้นทุนโครงการที่คุ้มค่า เพื่อสร้างการเติบโตและผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน โดยยึดมั่นการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม อยู่ร่วมกับสังคมและชุมชนในลักษณะเพื่อนบ้านที่ดี เคารพสิทธิมนุษยชนปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน กฎหมาย และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบ พร้อมกับเร่งสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มขีดความสามารถสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง และส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา บริษัทจึงมีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า จะเป็นรากฐานและพลังที่แข็งแกร่งที่จะช่วยเสริมสร้างองค์กรให้มีศักยภาพในการแข่งขันที่สูงมากยิ่งขึ้น และพร้อมที่จะเติบโตตามทิศทางธุรกิจอย่างเท่าทันท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายใต้สภาวะวิกฤตต่างๆ ที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นการแพร่ระบาดของ COVID-19 ความผันผวนด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และภัยคุกคามจาก ไซเบอร์ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สิ่งสำคัญที่บริษัทต้องคำนึงถึง ตระหนัก ให้ความสำคัญและมีความรับผิดชอบอยู่เสมอในการประกอบธุรกิจ คือ ประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติโดยภาพรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งความมั่นคงด้านพลังงาน ควบคู่ไปกับความปลอดภัยด้านสารสนเทศ และการยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติให้เป็นไปตามกติกาสากลให้มากยิ่งขึ้น

บริษัทเร่งเดินหน้าแสวงหาธุรกิจต่างๆ ตามกลยุทธ์ของบริษัท โดยเฉพาะธุรกิจผลิตไฟฟ้าที่เป็นธุรกิจหลักของบริษัท ปัจจุบันมีกำลังการผลิตทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งสิ้น 8,174.00 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว 6,599.89 เมกะวัตต์ และโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและพัฒนาอีก 1,574.11 เมกะวัตต์ซึ่งในจำนวนนี้ เป็นกำลังการผลิตที่เข้าลงทุนและเดินเครื่องเชิงพาณิชย์เพิ่มเติมในปี 2563 จำนวน 160.70 เมกะวัตต์จากการเข้าลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน Thang Long ในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยการถือหุ้นทางอ้อมผ่าน An Bihn Energy and Infrastructure Fund กองทุนเวียดนามที่มุ่งเน้นลงทุนในธุรกิจด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และจากโครงการโรงไฟฟ้าผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กนวนคร (ส่วนขยาย) จังหวัดปทุมธานี ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเดินเครื่องเชิงพาณิชย์เพิ่มเติมนอกจากนี้ ยังมีการเข้าลงทุนพัฒนาโครงการที่จะทยอยเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในปี 2564 ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Yandin และ Collector ในเครือรัฐออสเตรเลีย โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม Riau ในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Thanh Phong ในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ปี 2565 ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กเน็กส์ซิฟ ราช เอ็นเนอร์จี ระยอง จังหวัดระยอง โครงการโรงไฟฟ้าผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กราชโคเจนเนอเรชั่น(ส่วนขยาย) จังหวัดปทุมธานี และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ Fangchenggang II ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ปี 2566 ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าอาร์ อี เอ็น โคราช เอนเนอร์ยี่จังหวัดนครราชสีมา และ ปี 2567 - 2568 ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมหินกอง จังหวัดราชบุรี

เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่พลิกผันอย่างรวดเร็วทั้งด้านเทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ และความคาดหวังที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล และ New Normal บริษัทจึงได้ขยายโอกาสในการลงทุนเพื่อเพิ่มมูลค่ากิจการจากธุรกิจผลิตไฟฟ้า ไปสู่การลงทุน ในระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานธุรกิจเกี่ยวเนื่อง และธุรกิจอื่นๆ มากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันมีการลงทุนที่เริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์และรับรู้รายได้แล้ว ได้แก่ โครงข่ายสายใยแก้วนำแสง และโครงการที่มีกำหนดให้บริการเชิงพาณิชย์และเริ่มรับรู้รายได้ ในปี 2564 ได้แก่ การเข้าลงทุนในธุรกิจให้บริการเชื้อเพลิงการบิน โดยการเข้าซื้อหุ้นสามัญบริษัทบริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (“BAFS”) จากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในสัดส่วนร้อยละ 15.53 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของ BAFS ส่งผลให้บริษัทเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทดังกล่าว และโครงการโครงข่าย Internet of Things ในประเทศไทย และปี 2565 ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู (ช่วงแคราย-มีนบุรี) โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ช่วงลาดพร้าว-สำโรง)และโครงการผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่ง (Wood Pellet) ใน สปป.ลาว เป็นต้น

นอกจากนี้ บริษัทยังมีโครงการต่างๆ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาเข้าลงทุนเพิ่มเติมอีกหลายโครงการ ทั้งโครงการในธุรกิจผลิตไฟฟ้า ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง และธุรกิจอื่นๆ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปตามทิศทางกลยุทธ์ และเป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป อาทิ โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อน กวางจิ 1 โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Nexif Ben Tre ในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และโครงการเอกชนร่วมลงทุนในส่วนการดำเนินงานและบำรุงรักษาทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข 6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา และหมายเลข 81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรี เป็นต้น

สำหรับผลการดำเนินงานทางการเงินปี 2563 บริษัทมีกำไรอยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยบริษัท และบริษัทย่อยมีรายได้รวมทั้งสิ้น 39,521.99 ล้านบาท และมีกำไรสำหรับปีเป็นจำนวน 6,286.68 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าปีที่ผ่านมา คิดเป็นร้อยละ 5.42 ส่วนสถานะทางการเงินของบริษัทยังคงมีความแข็งแกร่ง ดังจะเห็นได้จากการได้รับการประกาศคงอันดับเครดิตความน่าเชื่อถือของบริษัทที่ระดับ AAA, Baa1 และ BBB+ โดย TRIS Rating, Moody’s Investors Service และ S&P Global Ratings ตามลำดับ โดยที่ TRIS Rating และ Moody’s Investors Service แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” ส่วน S&P Global Ratings แนวโน้มอันดับเครดิต “Negative” นอกจากนี้บริษัทยังได้รับรางวัล “Deal of the Year” และรางวัล “Environmental, Social and Governance Bond (ESG Bond) ภาคเอกชน” จากงาน Best Bond Award 2020 รวมทั้ง ได้รับ รางวัล “Best Local Currency Green Bond” ระดับภูมิภาค จากการระดมทุนโดยการออกหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ครั้งแรกของบริษัท จากงาน The Asset Triple A Sustainable Capital Markets Regional Awards 2020 อีกด้วย

การกำกับดูแลกิจการที่ดี บริษัทมีการทบทวนและพัฒนาการบริหารจัดการด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีเพื่อยกระดับสู่มาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง โดยในทุกกระบวนการของการทำงานได้คำนึงถึงการสร้างคุณค่าให้แก่กิจการอย่างยั่งยืน กำกับดูแลให้มีการประกอบธุรกิจอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม ซื่อสัตย์ โปร่งใส ไม่ทุจริตและคอร์รัปชั่นมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างเท่าเทียม รวมทั้งปลูกจิตสำนึกให้บุคลากรยึดมั่นเป็นวัฒนธรรมองค์กรอย่างต่อเนื่องเสมอมาจนเป็นที่ประจักษ์จากการได้รับการประกาศเกียรติคุณและรางวัลต่างๆ ด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี ได้แก่การประเมินผลการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียนในอาเซียน (ASEAN CG Scorecard) ในระดับ “ดีเยี่ยม” ติดต่อกัน 6 ปี การประเมินผลจากการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนที่ระดับ “ดีเลิศ” ต่อเนื่อง 13 ปี การประเมินคุณภาพการจัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นด้วยคะแนนเต็มร้อยละ 100 อย่างต่อเนื่อง รางวัล Best Innovative Company Awards รางวัล Sustainability Disclosure Award 2020 และได้รับการคัดเลือกและประกาศให้อยู่ใน “รายชื่อหุ้นยั่งยืน” หรือ Thailand Sustainability Investment (“THSI”) ติดต่อกันเป็นปีที่ 6 จากงาน SET Awards 2020 นอกจากนี้ อาคาร RATCH GROUP ยังได้รับรางวัล ASEAN Building Fire Safety Awards 2020 จากวิศวกรรมสถาน แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับกลุ่มสมาพันธ์วิศวกรอาเซียน

การดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่บริษัทให้ความสำคัญ และมุ่งมั่นดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจ ผ่านโครงการและกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตและการมีส่วนร่วมในการแก้หรือบรรเทาปัญหา และส่งเสริมด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมในมิติต่างๆ อาทิ โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน โครงการพลังงานชุมชน โครงการสนองพระราชดำริ อพ.สธ. โครงการ@CareLine เครือข่ายปันสุข กิจกรรมพนักงานจิตอาสาและโครงการการศึกษาเสริมทักษะสร้างอาชีพในสปป.ลาวเป็นต้น โครงการเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพลังงาน การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การสนับสนุนส่งเสริมป่าชุมชน เพื่อรักษาแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทางธรรมชาติและลดภาวะโลกร้อน การส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนในสังคม และการเสริมสร้างความพร้อมในการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพแก่เด็กและเยาวชน และสังคมผู้สูงอายุ รวมถึงการปลูกฝังให้พนักงานมีจิตสำนึกการแบ่งปัน และการทำงานเพื่อสาธารณประโยชน์ตอบแทนสังคมในฐานะพลเมืองที่ดีของประเทศ และเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน และภาพลักษณ์ที่ดีของบริษัท

ในนามของคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท ขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายที่ได้ให้การสนับสนุน ให้ข้อเสนอแนะ และความไว้วางใจในการขับเคลื่อนการดำเนินกิจการของบริษัทด้วยดีเสมอมา บริษัทเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า การดำเนินธุรกิจตามแนวทางการบริหารจัดการและทิศทางธุรกิจตามแผนยุทธศาสตร์อย่างรอบคอบ โดยการดูแลความสมดุลในทุกมิติ ทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้หลักธรรมาภิบาลความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยด้านอาชีวอนามัย สภาพแวดล้อมในการทำงาน การคุกคามจากไซเบอร์ การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น และการคำนึงถึงประโยชน์ของสังคมและประเทศชาติโดยภาพรวม จะสามารถนำพาบริษัทให้ก้าวเดินและเติบโตตามวิสัยทัศน์ไปสู่การเป็นบริษัทชั้นนำด้านพลังงาน และระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนตลอดไป


(นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร)
ประธานกรรมการ


Please read our General Disclaimer & Warning carefully.
Use of this Website constitutes acceptance of the Terms of Website Use.
Copyright © 2021. ThaiListedCompany.com. All Rights Reserved.